แบบฝึกหัด
บทที่1(กิจกรรม) กลุ่มเรียนที่1
รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุตใหม่ในชีวิตประจำวัน รหัสวิชา0026 008
ชื่อนางสาว ปิยะพร ไชยบัวรินทร์ รหัส 56011013237
จงเติมในช่องว่างว่าข้อใดเป็นข้อมูลหรือสารสนเทศ
1.ข้อมูลหมายถึง ข้อเท็จจริงหรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ เช่น คน สัตว์ สิ่งของสถานที่โดยอยู่ในรูปแบบที่ เหมาะสมต่อการสื่อสาร การแปลความหมายและการประมวลผล ซึ่งข้อมูลอาจจะได้มาจากการสังเกต การรวบรวม การวัด ข้อมูลเป็นได้ทั้งข้อมูลตัวเลขหรือสัญญลักษณ์ใด ๆ ที่สำคัญจะต้องมีความเป็นจริงและต่อเนื่องตัวอย่างของข้อมูล เช่น คะแนนสอบ ชื่อนักเรียน เพศ อายุ
2.ข้อมูลปฐมภูมิคือ เป็นข้อมูลประเภทหนึ่งในการวิจัยการตลาด เก็บจากต้นกำเนิดโดยตรง จึงให้รายละเอียดลึกซึ้ง ทันสมัย มีความผิดพลาดน้อย แต่เป็นข้อมูลที่ต้องนำมาจัดระเบียบเพื่อตีความ เพื่อให้สามารถใช้ได้ง่ายขึ้น
ยกตัวอย่าง งานวิจัยเรื่องการศึกษาสภาพการดำเนินงานจากงบการเงินของธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดกลาง”จากงานวิจัยเรื่องนี้ถ้าผู้วิจัยเข้าไปสัมภาษณ์หรือเก็บข้อมูลงบการเงินจากบรรดาธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดกลางโดยตรง ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้นี้จัดได้ว่าเป็น ข้อมูลปฐมภูมิ แต่ถ้าผู้วิจัยไปที่กองทะเบียนธุรกิจ กรมะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อไปขอคัดลอกงบการเงินธุรกิจอุตสาหกรรมที่ได้จัดส่งมาเก็บไว้ที่นี่ ข้อมูลเหล่านี้จัดได้ว่าเป็น ข้อมูลทุติยภูมิ การวิจับสามารถเก็บข้อมูลได้ทั้งจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิไปพร้อมกันได้ แต่โดยปกติแล้วมักนิยมใช้การเก็บข้อมูลจากแหล่งปฐมภูมิมากกว่า ยกเว้นถ้างานวิจัยบางเรื่องที่มีข้อจำกัดในด้านระยะเวลา และงบประมาณ อาจเลือกใช้การเก็บข้อมูลจากแหล่งทุติยภูมิร่วมด้วยก็ได้
3.ข้อมูลทุติยภูมิคือ ข้อมูลที่ผู้ใช้นำมาจากหน่วยงานอื่น หรือผู้อื่นที่ได้ทำการเก็บรวบรวมมาแล้วในอดีต เช่น รายงานประจำปีของหน่วยงานต่างๆ ข้อมูลท้องถิ่นซึ่งแต่ละอบต.เป็นผู้รวบรวมไว้ ฯลฯ
ยกตัวอย่าง สมมุติว่า ต้องการเก็บชื่อนักเรียนและคะแนนสอบของนักเรียนในชั้น ซึ่งประกอบด้วยการสอบย่อยสองครั้ง และการสอบไล่หนึ่งครั้ง ลักษณะของข้อมูลที่จัดเก็บ สามารถสร้างเป็นแฟ้ม (file)ได้ โดยในแฟ้มจะมีรายการของนักเรียนแต่ละคน ซึ่งเรียกว่าระเบียน (record) ภายในระเบียนจะมีกลุ่มข้อมูลเรียกว่า เขตข้อมูล (field)
บทที่1(กิจกรรม) กลุ่มเรียนที่1
รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุตใหม่ในชีวิตประจำวัน รหัสวิชา0026 008
ชื่อนางสาว ปิยะพร ไชยบัวรินทร์ รหัส 56011013237
จงเติมในช่องว่างว่าข้อใดเป็นข้อมูลหรือสารสนเทศ
1.ข้อมูลหมายถึง ข้อเท็จจริงหรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ เช่น คน สัตว์ สิ่งของสถานที่โดยอยู่ในรูปแบบที่ เหมาะสมต่อการสื่อสาร การแปลความหมายและการประมวลผล ซึ่งข้อมูลอาจจะได้มาจากการสังเกต การรวบรวม การวัด ข้อมูลเป็นได้ทั้งข้อมูลตัวเลขหรือสัญญลักษณ์ใด ๆ ที่สำคัญจะต้องมีความเป็นจริงและต่อเนื่องตัวอย่างของข้อมูล เช่น คะแนนสอบ ชื่อนักเรียน เพศ อายุ
2.ข้อมูลปฐมภูมิคือ เป็นข้อมูลประเภทหนึ่งในการวิจัยการตลาด เก็บจากต้นกำเนิดโดยตรง จึงให้รายละเอียดลึกซึ้ง ทันสมัย มีความผิดพลาดน้อย แต่เป็นข้อมูลที่ต้องนำมาจัดระเบียบเพื่อตีความ เพื่อให้สามารถใช้ได้ง่ายขึ้น
ยกตัวอย่าง งานวิจัยเรื่องการศึกษาสภาพการดำเนินงานจากงบการเงินของธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดกลาง”จากงานวิจัยเรื่องนี้ถ้าผู้วิจัยเข้าไปสัมภาษณ์หรือเก็บข้อมูลงบการเงินจากบรรดาธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดกลางโดยตรง ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้นี้จัดได้ว่าเป็น ข้อมูลปฐมภูมิ แต่ถ้าผู้วิจัยไปที่กองทะเบียนธุรกิจ กรมะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อไปขอคัดลอกงบการเงินธุรกิจอุตสาหกรรมที่ได้จัดส่งมาเก็บไว้ที่นี่ ข้อมูลเหล่านี้จัดได้ว่าเป็น ข้อมูลทุติยภูมิ การวิจับสามารถเก็บข้อมูลได้ทั้งจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิไปพร้อมกันได้ แต่โดยปกติแล้วมักนิยมใช้การเก็บข้อมูลจากแหล่งปฐมภูมิมากกว่า ยกเว้นถ้างานวิจัยบางเรื่องที่มีข้อจำกัดในด้านระยะเวลา และงบประมาณ อาจเลือกใช้การเก็บข้อมูลจากแหล่งทุติยภูมิร่วมด้วยก็ได้
3.ข้อมูลทุติยภูมิคือ ข้อมูลที่ผู้ใช้นำมาจากหน่วยงานอื่น หรือผู้อื่นที่ได้ทำการเก็บรวบรวมมาแล้วในอดีต เช่น รายงานประจำปีของหน่วยงานต่างๆ ข้อมูลท้องถิ่นซึ่งแต่ละอบต.เป็นผู้รวบรวมไว้ ฯลฯ
ยกตัวอย่าง สมมุติว่า ต้องการเก็บชื่อนักเรียนและคะแนนสอบของนักเรียนในชั้น ซึ่งประกอบด้วยการสอบย่อยสองครั้ง และการสอบไล่หนึ่งครั้ง ลักษณะของข้อมูลที่จัดเก็บ สามารถสร้างเป็นแฟ้ม (file)ได้ โดยในแฟ้มจะมีรายการของนักเรียนแต่ละคน ซึ่งเรียกว่าระเบียน (record) ภายในระเบียนจะมีกลุ่มข้อมูลเรียกว่า เขตข้อมูล (field)
4.สารสนเทศหมายถึง หรือสารนิเทศ (Information) เป็นคำเดียวกันซึ่งสามารถให้ความหมายอย่างกว้างๆว่า ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ เรื่องราว ข้อเท็จจริงหรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น
ขณะเดียวกันก็มีความหมายลึกซึ้งว่า ข้อมูล
ข่าวสารที่ผ่านการประมวลผลซึ่งมีความหมายและสามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจในชีวิตประจำวันหรือการทำงานนั้นๆ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์
หรืออาจกล่าวได้ว่า สารสนเทศ เกิดจากการนำข้อมูล ผ่านระบบการประมวลผล คำนวณ
วิเคราะห์และแปลความหมายเป็นข้อความที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น สารสนเทศที่เป็น ความรู้ที่เกิดจากวิทยุ โทรศัพท์มือถือ ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ
รอบตัวเราซึ่งอาจมาจาก วิทยุ โทรทัศน์ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ดาวเทียม โทรศัพท์
เครื่องจักร ที่เกี่ยวกับสารสนเทศได้ เครื่องคอมพิวเตอร์
ระบบสื่อสารโทรคมนาคมสมัยใหม่ เช่น การฝาก ถอนเงินผ่านเครื่อง ATM การจองตั๋วเครื่องบิน การลงทะเบียน ฯลฯ
5.จงอธิบายประเภทของสารสนเทศมี 5 ประเภท ได้แก่
1 ระบบการประมวลผลทางธุรกิจ(Transaction Processing System : TPS)
ระบบการประมวลผล เป็นการประมวลผลแบบวันต่อวัน เช่น การรับ-จ่ายบิล ระบบควบคุมสินค้าคงคลัง ระบบการรับ-จ่าย สินค้า เป็นต้น ใช้งานในระดับผู้ปฏิบัติการ ระบบนี้ เป็นระบบสารสนเทศลำดับแรกที่ได้รับการพัฒนาให้ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ลักษณะเด่นของ TPSทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน สิ่งที่ องค์กรจะได้รับเมื่อใช้ระบบนี้ คือ ลดจำนวนพนักงาน องค์กรจะมีการบริการที่สะดวกรวดเร็ว ลูกค้ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
2 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ(Management Information System : MIS)คือ ระบบที่เกี่ยวข้องกับผู้ บริหารที่ต้องการการประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้ประโยชน์มากกว่าการ ช่วยงานแบบวันต่อวัน ประกอบไปด้วยโปรแกรมต่าง ที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อขยายขอบเขตความสามารถของธุรกิจ
ลักษณะเด่นของ MIS
1 จะสนับสนุนการทำงานของระบบประมวลผลข้อมูลและการจัดเก็บ ข้อมูลรายวัน
2 จะช่วย ให้ผู้บริหารระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง เรียกใช้ ข้อมูลที่เป็นโครงสร้างได้ตามเวลาที่ต้องการ
3จะมีความยืดหยุ่นและสามารถรองรับความต้องการข้อมูลที่ เปลี่ยนแปลงไปขององค์กร
4ต้องมีระบบรักษาความลับของข้อมูล และจำกัดการ ใช้งานของบุคคลเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
3 ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System : DSS) คือระบบที่ทำหน้าที่จัดเตรียม สารสนเทศเพื่อช่วยในการตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อช่วย ในการตัดสินใจที่ไม่ได้คาดไว้ล่วงหน้า เช่น การตัดสิน ใจเกี่ยวกับการรวมบริษัทและการหาบริษัทร่วม การขยายโรงงาน ผลิตภัณฑ์ใหม่
ลักษณะเด่นของ DSS
1 จะช่วย ผู้บริหารในกระบวนการการตัดสินใจ
2 จะถูกออกแบบมาให้สามารถเรียกใช้ทั้งข้อมูลแบบ กึ่งโครงสร้างและแบบไม่มีโครงสร้าง
3 จะต้อง สามารถสนับสนุนผู้ตัดสินใจได้ในทุกระดับ แต่จะเน้น ที่ระดับวางแผนบริหารและวางแผนยุทธศาสตร์
4 มีรูปแบบการใช้งานอเนกประสงค์ มีความ สามารถในการจำลองสถานการณ์ และมีเครื่องมือในการ วิเคราะห์สำหรับช่วยเหลือผู้ทำการตัดสินใจ
4 ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง
(Executive Information System : EIS) คือ EIS ประเภท พิเศษ ที่ถูกพัฒนาสำหรับผู้บริหารระดับสูงโดยเฉพาะช่วย ให้ผู้บริหารระดับสูงที่ไม่คุ้นเคยกับเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถใช้ระบบ สารสนเทศได้ง่ายขึ้น โดยใช้เมาส์เลื่อนหรือจอภาพแบบ สัมผัส เพื่อเชื่อมโยงข่าวสารระหว่างกัน ทำให้ผู้ บริหารไม่ต้องจำคำสั่ง
ลักษณะเด่นของ EIS
1ไม่จำเป็นต้องมีทักษะทางคอมพิวเตอร์สูง
2 ระบบสามารถใช้งานได้ง่าย
3 มีความยืดหยุ่นสูง จะต้องสามารถเข้ากันได้กับรูปแบบการทำงานของผู้บริหาร
4 การใช้งาน ใช้ในการตรวจสอบ ควบคุม
5 การสนับสนุนการตัดสินใจ ผู้บริหารระดับสูง ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน
6 การสนับสนุนข้อมูล ทั้งภายในและภายนอกองค์กร
7 ผลลัพธ์ที่แสดง ตัวอักษร ตาราง ภาพและเสียง รวมทั้งระบบมัลติมีเดีย
8 การใช้งานกราฟิกสูง จะใช้รูปแบบการนำเสนอต่าง ๆ
9 ความเร็วในการตอบสนอง จะต้องตอบสนองอย่างรวดเร็ว ทันทีทันใด
5 ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Artificial Intelligence/Expert System : AI/ES)หมายถึง ระบบที่ทำให้เครื่อง คอมพิวเตอร์กลายเป็นผู้ชำนาญการณ์ในสาขาใดสาขาหนึ่ง โดยได้รับ ความรู้จากมนุษย์ผู้เชี่ยวชาญเก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้คอมพิวเตอร์ สามารถวิเคราะห์เหตุผล เพื่อตัดสินใจ ระบบคอมพิวเตอร์นี้ประกอบด้วย ฐานความรู้(Knowledge Base) และกฎข้อวินิจฉัย(Inference Rule) ซึ่งเป็นความ สามารถเฉพาะที่ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถตัดสินใจได้เอง เช่น การวินิจฉัย ความผิดพลาดของรถจักรดีเซลไฟฟ้า โดยใช้คอมพิวเตอร์
ลักษณะเด่นของ AI/ES
1 ป้องกันและรักษาความรู้ซึ่งอาจสูญหายไปขณะทำการเรียกข้อมูลหรือการยกเลิกการใช้ข้อมูล การใช้ข้อมูล ตลอดจนการสูญหาย เนื่องจากขาดการเก็บรักษาความรู้ อย่างเป็นระบบ และเป็นระเบียบ แบบแผน
2 ระบบผู้เชี่ยวชาญ Expert System จะจัดเตรียมข้อมูลให้อยู่ในลักษณะที่พร้อมสำหรับนำไปใช้งาน และมักจะถูกพัฒนาให้สามารถตอบสนอง ต่อปัญหาในทันทีที่เกิดความต้องการ
3 การออกแบบระบบผู้เชี่ยวชาญ Expert System มักจะคำนึงถึงการบันทึกความรู้ในแต่ละสาขาให้เพียงพอและเหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งจะทำให้ ระบบสามารถปฏิบัติงานแทนผู้เชี่ยวชาญ อย่างมีประสิทธิภาพ
4 ระบบผู้เชี่ยวชาญ Expert System จะสามารถตัดสินปัญหาอย่างแน่นอ น เนื่องจากระบบถูกพัฒนาให้สามารถปฏิบัติงานโดยปราศ จากผล กระทบ ทางร่างกายและอารมณ์ที่มีอยู่ในตัวมนุษย์เช่น ความเครียด ความเจ็บ ป่วย เป็นต้น
5 ระบบผู้เชี่ยวชาญ Expert System เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจ โดยเฉพาะองค์การสมัยใหม่ ( Modern Organization ) ที่ต้องการ สร้าง ความได้เปรียบในการแข่งขัน เช่น การวิเคราะห์และวางแผนการตลาด การลดต้นทุน การเพิ่มการผลิตภาพ เป็นต้น
6.ข้อเท็จจริงของสิ่งต่างๆที่อาจเป็นตัวเลขข้อความรูปภาพเสียงคือข้อเท็จจริงของสิ่งต่างๆที่อาจเป็นตัวเลขข้อความรูปภาพเสียงคือ
ข้อมูล
7.ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลเป็นในการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ หรือการทำข้อมูลให้เป็นสารสนเทศที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้จำเป็นต้องมีการประมวลผลข้อมูลก่อน
การประมวลผลข้อมูลเป็นกระบวนการที่มีกระบวนการย่อยหลายกระบวนประกอบกัน ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล การแยกแยะ การตรวจสอบความถูกต้อง การคำนวณ การจัดลำดับ การรายงานผล รวมถึงการส่งสื่อสารข้อมูลหรือการแจกจ่ายข้อมูลนั้น
1.การรวบรวมข้อมูล
2.การแยกแยะ
3.การตรวจสอบความถูกต้อง
4.การคำนวณ
5.การจัดลำดับหรือการเรียงลำดับ
6.การรายงานผล
7.การสื่อสารข้อมูลหรือการแจกจ่ายข้อมูลนั้น
วิธีประมวลผลข้อมูล
วิธีการประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งได้ตามรูปแบบการนำข้อมูลมาประมวลผล ซึ่งได้แก่
1 การประมวลผลแบบเชื่อมตรง หมายถึง การทำงานในขณะที่ข้อมูลวิ่งไปบนสายสัญญาณเชื่อมต่อจากเครื่องปลายทาง ไปยังฐานข้อมูลของเครื่องหลักที่ใช้ในการประมวลผล การประมวลผลแบบเชื่อมตรงจึงเป็นการประมวลผลโดยทันทีทันใด เช่น การจองตั๋วเครื่องบิน การชื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้าการฝากถอนเงินเอทีเอ็ม
2 การประมวลผลแบบกลุ่ม หมายถึง การประมวลผลในเรื่องที่สนใจเป็นครั้งๆ เช่น ต้องการทราบ ผลการสำรวจความนิยมของประชาชนต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน หรือที่เรียกว่า โพล (poll) ก็มีการสำรวจข้อมูลเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล เมื่อเก็บข้อมูลได้แล้ว ก็นำมาป้อนเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วนำข้อมูลนั้นมาประมวลผลตามโปรแกรมที่ได้กำหนดไว้ เพื่อรายงานผล หรือสรุปผลหาคำตอบ กรณีการประมวลผลแบบกลุ่มจึงกระทำในลักษณะเป็นครั้งๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ โดยจะต้องมีการรวบรวมข้อมูลไว้ก่อน
ในการประมวลผลทั้งสองแบบนี้เป็นวิธีการที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยดำเนินการกับข้อมูลจำนวนมากเพื่อแยกแยะคำนวณ หรือดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในโปรแกรม การทำงานของคอมพิวเตอร์ในการประมวลผลจึงต้องมีซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอยสั่งการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในรูปแบบที่ต้องการ
8.ส่วนสูงของเพื่อนที่ถามจากเพื่อนแต่ละคนเป็นส่วนสูงของเพื่อนที่ถามจากเพื่อนแต่ละคนเป็น
7.ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลเป็นในการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ หรือการทำข้อมูลให้เป็นสารสนเทศที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้จำเป็นต้องมีการประมวลผลข้อมูลก่อน
การประมวลผลข้อมูลเป็นกระบวนการที่มีกระบวนการย่อยหลายกระบวนประกอบกัน ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล การแยกแยะ การตรวจสอบความถูกต้อง การคำนวณ การจัดลำดับ การรายงานผล รวมถึงการส่งสื่อสารข้อมูลหรือการแจกจ่ายข้อมูลนั้น
1.การรวบรวมข้อมูล
2.การแยกแยะ
3.การตรวจสอบความถูกต้อง
4.การคำนวณ
5.การจัดลำดับหรือการเรียงลำดับ
6.การรายงานผล
7.การสื่อสารข้อมูลหรือการแจกจ่ายข้อมูลนั้น
วิธีประมวลผลข้อมูล
วิธีการประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งได้ตามรูปแบบการนำข้อมูลมาประมวลผล ซึ่งได้แก่
1 การประมวลผลแบบเชื่อมตรง หมายถึง การทำงานในขณะที่ข้อมูลวิ่งไปบนสายสัญญาณเชื่อมต่อจากเครื่องปลายทาง ไปยังฐานข้อมูลของเครื่องหลักที่ใช้ในการประมวลผล การประมวลผลแบบเชื่อมตรงจึงเป็นการประมวลผลโดยทันทีทันใด เช่น การจองตั๋วเครื่องบิน การชื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้าการฝากถอนเงินเอทีเอ็ม
2 การประมวลผลแบบกลุ่ม หมายถึง การประมวลผลในเรื่องที่สนใจเป็นครั้งๆ เช่น ต้องการทราบ ผลการสำรวจความนิยมของประชาชนต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน หรือที่เรียกว่า โพล (poll) ก็มีการสำรวจข้อมูลเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล เมื่อเก็บข้อมูลได้แล้ว ก็นำมาป้อนเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วนำข้อมูลนั้นมาประมวลผลตามโปรแกรมที่ได้กำหนดไว้ เพื่อรายงานผล หรือสรุปผลหาคำตอบ กรณีการประมวลผลแบบกลุ่มจึงกระทำในลักษณะเป็นครั้งๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ โดยจะต้องมีการรวบรวมข้อมูลไว้ก่อน
ในการประมวลผลทั้งสองแบบนี้เป็นวิธีการที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยดำเนินการกับข้อมูลจำนวนมากเพื่อแยกแยะคำนวณ หรือดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในโปรแกรม การทำงานของคอมพิวเตอร์ในการประมวลผลจึงต้องมีซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอยสั่งการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในรูปแบบที่ต้องการ
8.ส่วนสูงของเพื่อนที่ถามจากเพื่อนแต่ละคนเป็นส่วนสูงของเพื่อนที่ถามจากเพื่อนแต่ละคนเป็น
= เเหล่งปฐมภูมิ
9.ผลของการลงทะเบียนเป็นผลของการลงทะเบียนเป็น
9.ผลของการลงทะเบียนเป็นผลของการลงทะเบียนเป็น
= เเหล่งทุติยภูมิ
10.กราฟแสดงจำนวนนิสิตในห้องเรียนวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน Section วันอังคารเป็น กราฟแสดงจำนวนนิสิตในห้องเรียนวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน
10.กราฟแสดงจำนวนนิสิตในห้องเรียนวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน Section วันอังคารเป็น กราฟแสดงจำนวนนิสิตในห้องเรียนวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น