วัยรุ่นกับเทคโนโลยี
วัยรุ่นกับเทคโนโลยี
ปัญหาวัยรุ่นในยุค เทคโนโลยี ศีลธรรมคือทางออก
ปัจจุบันสังคมไทยประสบปัญหาต่างๆมากมาย ตามความเจริญของยุคสมัย ซึ่งแตกต่างกับสมัยก่อนมาก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ปัญหาการเมือง การศึกษาไม่เสมอภาคระหว่างสังคมเมืองกับสังคมต่างจังหวัด ปัญหาวัยรุ่นในสถานศึกษา แต่ถ้าจะว่าไปแล้วสังคมเราก็ใช่ว่าจะเลวร้ายไปทุกเรื่อง ยังมีสิ่งที่เรียกว่า การพัฒนาที่ดี ของสังคมเกิดขึ้นเสมอ ๆตามยุคสมัยของความเจริญ เช่น ความสะดวกสบายและเจริญก้าวหน้าในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ ที่ทำให้ประเทศไทยเกิดนวัตกรรมที่ทันสมัย มากกว่าสมัยก่อนมาก เช่นติดต่อสื่อสาร การคมนาคมขนส่ง ระบบการจัดเก็บข้อมูลที่ทันสมัย สะดวกรวดเร็ว เป็นต้น
แต่ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับความเจริญ ด้านเทคโนโลยี หรือ ยุคดิจิตอล ที่พบเห็นกันบ่อยๆในสังคมคือ ปัญหาวัยรุ่น ซึ่งส่วนใหญ่ ยังไม่ตระหนัก ขาดการยับยั้งการใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้อง ถึงแม้เทคโนโลยีจะมีประโยชน์มาก แต่ก็ก่อให้เกิดปัญหาตามมาเช่นกัน ความเจริญด้าน เทคโนโลยีมีบทบาทกับวัยรุ่นมากกว่าพ่อแม่ เมื่อเปรียบเทียบกับสมัยก่อน ที่ส่วนใหญ่ พ่อแม่ จะมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับลูก ถึงแม้ว่าเทคโนโนลีจะไม่เจริญเท่าใดนัก ยกตัวอย่างง่ายๆ เมื่อก่อนไปเรียนที่กรุงเทพ ก็จะเขียนจดหมายหาพ่อแม่ เพราะไม่มีโทรศัพท์มือถือ พ่อแม่ก็เขียนจดหมายตอบกลับมา กว่าจะถึงก็ใช้เวลาหลายวัน เพราะไม่มีโทรศัพท์มือถือ แต่ในปัจจุบันแค่โทรศัพท์หากันก็รู้เรื่องแล้ว ในยุคโลกาภิวัฒน์นี้ พ่อแม่มักไม่มีเวลาให้ลูกเพราะต้องทำงานหาเงิน ถ้าเป็นพ่อแม่ที่อยู่ตามต่างจังหวัดแล้ว ก็ต้องปล่อยให้ลูกอยู่กับปู่ย่าตายาย ซึ่งปู่ย่าตายาย ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยเข้าถึงเทคโนโลยี มากนัก วัยรุ่นส่วนใหญ่จึงได้รับอิทธิพลจาก สื่อ จากโททัศน์ หมกมุ่นอยู่กับโทรศัพท์มือถือ รุ่นใหม่ๆ ที่พ่อแม่ ซื้อให้ เพราะต้องตามใจลูก ตามยุคสมัยที่ลูกเรียกร้อง
วัยรุ่นเป็นวัยเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ในด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ การเปลี่ยนแปลงทางเพศ และที่สำคัญการรับรู้รู้ข่าวสารข้อมูล ย่อมมีความเร็วและง่ายกว่าวัยอื่น เพราะเป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็น และชอบเลียนแบบ ถ้าขาดการชี้แนะที่ถูกต้องในด้านใดด้านหนึ่งแล้วย่อมก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้ โดยเฉพาะในยุคเทคโนโลยี เข้ามามีบทบาทในสังคมนี้ รู้สึกว่าวัยรุ่นจะเป็นเป้าหมายหลักของ สื่อเทคโนโลยีต่างๆ เช่น สื่อโฆษณาที่ทันสมัยที่เน้นบริโภคนิยม ในยุคทุนนิยม อุปกรณ์การสื่อสารที่ทันสมัย มีระบบการใช้งานที่สลับซับซ้อนและเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นในสถานศึกษา ระบบการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วในคอมพิวเตอร์ที่ขาดการควบคมและสอดส่องดูแลจากพ่อแม่ หรือครู หรือ พ่อแม่ และครูตามเทคโนโลยีไม่ทันเท่ากับลูกจึงไม่รู้ว่าตอนนี้วัยรุ่นกำลังทำอะไรอยู่ คุยกับใครอยู่เป็นเวลานานๆ หรือ นั่งเฝ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกๆวันโดยไม่คุยกับใคร
ปัญหาวัยรุ่นในสถานศึกษาที่พบบ่อยๆคือ วัยรุ่นส่วนใหญ่จะมีอุปกรณ์สื่อสารที่ทันสมัย ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกในยุคนี้ เพราะจำเป็นและมีประโยชน์สำหรับการติดต่อสื่อสาร แต่ปัญหาคือ วัยรุ่นมีค่านิยมที่ไม่ถูกต้อง มีพฤติกรรมชอบเลียนแบบเพื่อนในห้องในการมีโทรศัพท์ราคาแพงๆ และไม่จำเป็น โทรศัพท์ในห้องเรียน พ่อแม่ต้อง ตามใจลูก เพราะกลัวลูกจะไม่มาโรงเรียน หรือไม่มีอย่างลูกคนอื่น จึงเกิดค่านิยมที่ผิดๆขึ้นมาในยุคดิจิตอลนี้ นี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ ในสังคมต่างๆจังหวัดที่ ครูได้ประสบพบเจออยู่ทุกครั้ง พ่อแม่ไม่มี เทคนิควิธีการในการหาเหตุผลมาอธิบาย ถึงคุณค่าแท้ และ คุณค่าเทียม ของเทคโนโลยี หรือ สังคมปัจจุบันนี้ป้อน ข้อมูลให้อย่างเดียว แต่ไม่มีวิธีการ ชำระล้างสารพิษอันเป็นผลมาจากเทคโนโลยีเลย
วัยรุ่นส่วนมาก ติดเกมส์ โดยเฉพาะในเมือง และต่างจังหวัดที่ ร้านอินเตอร์เนท สามารถเปิดได้ถึงเที่ยงคืน ภาวะติดเกมส์ของวัยรุ่นส่วนใหญ่ที่สังเกตเห็น คือ มาจากครอบครัวฐานะปานกลาง ถึง ดีมาก หรือแม้กระทั่งเด็กที่ไม่มีเงินก็ต้องร้องให้ขอเงินพ่อแม่ หรือ ขโมยเงินพ่อแม่ไปเล่นเกมส์ หรือเด็กที่มีฐานะขึ้นมา ก็จะมีคอมพิวเตอร์ในบ้านก็จะเล่นเกมส์ ดึกดื่นเที่ยงคืนโดยไม่หลับไม่นอน ไม่มีปฎิสัมพันธ์กับพ่อแม่ เมื่อเทียบกับสมัยก่อน เกิดภาวะ ไม่พูดจากับใคร เพราะ ติดเกมส์ ความเป็นจริงแล้ว เกมส์บางอย่างก็เป็นสิ่งที่ดี ฝึกสมองและช่วยเสริมการเรียนรู้ แต่ ส่วนใหญ่แล้ว เกมส์ของวัยรุ่นที่เล่นอยู่เท่าที่สังเกตเห็นจาก จะเป็นเกมส์ ที่เน้นการแข่งขันอย่างเอาเป็นเอาตาย เน้นความก้าวร้าว การต่อสู้ที่รุนแรง ถ้าเป็นอย่างนี้แล้ว จิตใจ ของวัยรุ่นนั้น จะรับข้อมูลแบบใด เมื่อมาโรงเรียนความก้าวร้าวที่สะสมมาจากสื่อประเภทนี้ ก็จะแสดงออกมา เป็นความก้าวร้าวต่อเพื่อนๆ ต่อครู หรือ ต่อ พ่อแม่ อยากจะบอกว่าจิตสำนึกของคนที่ผลิต โปรแกรม ที่เป็นเกมส์สำหรับวัยรุ่น นั้นอยู่ที่ไหน หรือต้องการที่จะเน้นการตลาดเจาะกลุ่มวัยรุ่นอย่างเดียว โดยปราศจากจิตสำนึกสาธารณะ และศีลธรรมบ้าง
ปัญหาวัยรุ่นติด อินเตอร์เนท มากเกินไป โดยเฉพาะ การติดต่อสื่อสารผ่าน ช่องทางสังคมในอินเตอร์เนท (social network) หรือ การคุยกัน ที่เรียกว่า แชท ( chat ) ความจริงแล้วการติดต่อสื่อสารแบบนี้มีประโยชน์มาก ถ้ารู้ จัก กาล เทศะ หรือ กาลเวลาที่เหมาะสม โดยไม่ลืมไปว่าในสังคมแห่งความเป็นจริงนั้นการติดต่อสื่อสารที่นับว่าปลอดภัยที่สุดคือ การที่คนเราต้องเห็นหน้า รู้จักกันพอสมควรก่อนที่จะเชื่อใจกัน แต่ปัญหาที่พบสำหรับวัยรุ่นที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือ การขาดวิจารณญาณ ในการติดต่อสื่อสารในโลก ไร้พรมแดน จะเห็นได้จาก วัยรุ่น รู้จัก กันทางอินเตอร์เนทแล้ว เชื่อทันที โดยที่พ่อแม่ไม่รู้ไม่เห็น จึงเกิดการติดต่อสื่อสารกันและ บางกรณีมีการล่อลวงกัน หรือหลอกลวงกัน เกิดธุรกรรมที่ผิดกฎหมายเกิดขึ้นในอินเตอร์เนท เพราะ ในโลกไร้พรมแดนนั้นเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ใครเป็นใคร หรือเป็นคนดีหรือเลว ทำให้วัยรุ่นส่วนใหญ่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา ลืมกิจกรรมในโลกแห่งความเป็นจริงกับครอบครัว เช่นคุยกับพ่อแม่ ญาติพี่น้องน้อยลง เกิดปฏิสัมพันธ์กันในครอบครัวน้อยลงกว่าเดิม เชื่อคนในอินเตอร์เนทมากกว่าพ่อแม่ เพราะ ไปให้ความสำคัญกับกิจกรรมประเภทนี้มากเกินไป วัยรุ่นหมดเวลาไปกับการเล่นอินเตอร์เนท จนทำให้เกิด การเสียเวลา และเสีย เงินไปโดยใช่เหตุ
ปัญหาที่พบอีกอย่างหนึ่งคือ วัยรุ่นในยุคนี้บางครั้งขาดความอดทนและขาดการแสวงหาความรู้ เพราะมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยมาก จนไม่อยากอ่านหนังสือ เพราะ คลิ๊ก เอา เร็วกว่า หมายความว่า ค้นหาในอินเตอร์เนทเร็วกว่า ห้องสมุดอาจจะเป็นแค่ ที่เก็บหนังสือเก่าๆอย่างเดียว เพราะ วัยรุ่นส่วนใหญ่จะ มี คอมพิวเตอร์ชนิดพกพา หรือ โน้ทบุค เมื่อจะต้องคนคว้าและเขียนรายงาน หรือหาความรู้ที่ต้องอาศัยความอดทนและความพยายาม แล้ว มักไม่ค่อยอดทน หรือชอบค้นคว้าในห้องสมุด เพราะ ไป คลิ๊ก หาข้อมูลในอินเตอร์เนท เกิดการคัดลอก โดยไม่บอกว่าเอามาจากไหน เพราะหาข้อมูล
มาอย่างรวดเร็ว จนไม่ได้ใช้ความคิดตัวเอง จึงทำให้เกิดปัญหาเด็กเขียนเรียงความภาษาไทยไม่เป็น เขียนภาษาไทยไม่ได แม้จะอยู่ระดับพออ่านออกเขียนได้ กลับเขียนภาษาไทยง่ายๆไม่ถูก เมื่อเทียบกับสมัยก่อนที่ เด็กจะเข้าห้องสมุด จดข้อมูลและค้นคว้าตามห้องสมุดทำให้เด็กสมัยก่อนเขียนภาษาไทยได้คล่องกว่าวัยรุ่นสมัยนี้ อุปกรณ์การเรียนก็ทันสมัย ไม่ต้องต้องจดใส่สมุดก็มีข้อมูลได้อย่างมากมาย เพียงแค่มีเครื่องมือเก็บข้อมูล อันทันสมัย ที่เรียกว่า HANDY DRIVE ก็สามารถเขียนรายงานได้แล้ว
วัยรุ่นส่วนใหญ่โดยเฉพาะในเมือง จะชอบทำกิจกรรมตามแหล่งสถานบันเทิง ตามห้างสรรสินค้า มากกว่าที่จะไปวัดหรือทำกิจกรรมกับพ่อแม่ในวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ ชอบซื้อของตามห้างเพราะ สะดวกสบาย และในปัจจุบันสถานที่ดึงดูดวัยรุ่นส่วนมากจะเป็นสถานบันเทิง ที่เกิดขึ้นอย่างมากมาย โดยขาดการควบคุมเวลาปิดเปิด ไม่ว่าจะเป็น ร้านอินเตอร์เนท ร้านเกมส์ สถานบันเทิงที่มีการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอลสำหรับวัยรุ่น โรงหนังขนาดใหญ่ที่มีการโฆษณาตามสื่อโทรทัศน์ การโฆษณา เครื่องดื่มและของมึนเมาอย่างโจ่งแจ้งมากเกินไป จนวัยรุ่นต้องมีการรวมตัวกันเพื่อจะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยี่ห้อดังๆ ที่มีการโฆษณาในโทรทัศน์ สถานบันเทิงก็ตอบสนองการตลาดวัยรุ่นอย่างรวดเร็ว เน้นการลดแลกแจกแถม เครื่องดื่มของมึนเมาต่างๆ โดยขาดจิตสาธารณะ เห็นวัยรุ่นเป็นลูกค้าเป้าหมายแรกสำหรับการโฆษณาชวนเชื่อ วัยรุ่นส่วนใหญ่จึงไปอยู่ตามสถานบันเทิง ต่างๆ สิ้นเปลืองเงินและเวลาเงิน จนไม่มีสมาธิเรียนหนังสือ
สื่อสร้างสรรค์ ด้านธรรมะ และศีลธรรม ที่อาศัยเทคโนโลยีมีน้อยเกินไป อาจจะเป็นเพราะว่า คนที่ใช้เทคโนโลยี มาช่วยในด้านศีลธรรม มีอยู่มากมายแต่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากส่วนที่เกี่ยวข้องเท่าที่ควร ยกตัวอย่างเช่นรายการสร้างสรรค์ รายการธรรมะ ที่น่าสนใจ หรือแม้กระทั่งการ์ตูนสร้างสรรค์ ศีลธรรมสำหรับเด็กและวัยรุ่นไม่ค่อยมี หรือมี แต่ทำไม่ต่อเนื่อง อาจจะเป็นเพราะว่า ผู้จัดรายการเห็นว่าไม่ได้กำไรหรือขาดทุนได้ก็เป็นได้ ทำให้ พระ หรือบุคลากรที่อยากจะอบรม เผยแพร่ สร้างสื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่มีโอกาสและช่องว่างที่จะนำเสนอทางเลือกสำหรับวัยรุ่น หรือมีก็เป็นที่รู้กันในส่วนน้อย และไม่ค่อยมีการเผยแพร่
ทางออกของปัญหาวัยรุ่นที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ ต้องแก้ไขโดยการปลูกฝัง ธรรม และศีลธรรมให้ตรงกับยุคสมัย คือใช้เทคโนโลยีมาแก้ปัญหา เปรียบเสมือน หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง คือใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาให้วัยรุ่นได้เข้าถึง สื่อเทคโนโลยีที่ดีและให้การสนับสนุนกิจกรรมด้านศีลธรรมที่เน้น ไปที่การรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ให้มากๆ ดังต่อไปนี้
ด้านครอบครัว พ่อแม่ไม่ควรตามใจลูกมากเกินไปในการใช้สื่อเทคโนโลยี ควรศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมและอยู่ใกล้ชิดลูกที่เป็นวัยรุ่น ให้ความอบอุ่นที่ไม่เน้นวัตถุ แต่ควรเน้นกิจกรรมที่ต้องใช้ปฏิสัมพันธ์กันทั้งหมดภายในครอบครัว มีข้อมูลสถานที่มีกิจกรรมส่งเสริมด้านศีลธรรมในวันหยุดสุดสัปดาห์ เพราะ พ่อแม่คือ หมอคนแรกที่จะฉัดวัคซีน ด้านคุณธรรมให้ลูกก่อนใครๆ ควรพาลูกไปวัด หรือสถานที่ มีกิจกรรมด้าน ธรรมร่วมสมัยสำหรับวัยรุ่น สถานที่ปฏิบัติธรรมที่มีกิจกรรมสำหรับวัยรุ่น ค่ายศิลปะ ค่ายคุณธรรม ค่ายภาษา ค่ายอาสาพัฒนา ค่ายเกี่ยวกับธรรมชาติ เป็นต้น คือพ่อแม่ต้องมีข้อมูลในเรื่องเหล่านี้บ้าง หรือหาโอกาสไปทำบุญที่วัด หรือทำกิจกรรมร่วมกันในต่างจังหวัด
หรือเน้น ส่งเสริมให้วัยรุ่นอ่านหนังสือธรรมร่วมสมัยที่วัยรุ่นชอบอ่าน อาจเน้นตลกไม่น่าเบื่อ ในรูปของวิดิทัศน์ ที่วัยรุ่นสามารถพกพาได้สะดวก ไม่ควรพาลูกๆไปเที่ยวแต่ห้างสรรพสินค้าอย่างเดียว เพราะจะเป็นการปลูกฝังให้เด็ก รับข้อมูลที่เป็นวัตถู เมื่ออยากได้ก็ต้องซื้อ เพราะเด็กจะไม่สารถแยกแยะได้ ว่าอะไรคือสิ่งที่จำเป็น หรือ ไม่จำเป็น เมื่ออยากได้ พ่อแม่ก็ตอบสนองด้านเทคโนโลยีมากเกินไป จนเกิดความเคยชิน
พ่อแม่พาวัยรุ่นไปวัด ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทำให้จิตใจวัยรุ่นสงบมากที่สุด และสิ้นเปลืองน้อยที่สุด เลือกวัดที่เน้นธรรมชาติ พาลูกไปนั่งสมาธิทำจิตใจให้สงบเป็นแบบอย่างให้ลูก ตื่นแต่เช้า เตรียมอาหารไปใส่บาตร ไปไหว้พระตามต่างจังหวัดบ้าง เขาจะเกิดความสุขจากข้างใน เกิด ภาวะบุญ จุติในจิต ที่ละเอียด ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ในยุคเทคโนโลยีที่ทันสมัยแค่ไหน เมื่อเขาโตขึ้นเด็กจะแยกแยะได้ว่า สุขแท้ และสุขเทียม อยู่ที่ไหน ดังนั้น วัยรุ่นจะไม่ถูกเทคโนโลยีครอบงำ มีภูมิคุ้มกันจากภายใน อยู่ในโลกเทคโนโลยีได้อย่างปลอดภัย
ในด้านโรงเรียนหรือสถานศึกษา ไม่ควรเน้นในเรื่องวิชาการและการแข่งขันกันอย่างเดียว ควรเน้นกิจกรรมเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม ปลูกฝังจิตสาธารณะในสถานศึกษา ไม่ใช่ว่าเน้นวิชาการอย่างเดียว เพราะเด็กที่เก่งมากๆ นั้นอาศัย สมองดีแต่อาจขาดจิตสำนึกที่ดีต่อส่วนรวม เพราะ คนที่ดี นั้นเกิดขึ้นที่ จิต เมือจิตดีแล้วสมองก็ดีเอง กิจกรรมของโรงเรียนควรเน้น การเข้าค่ายคุณธรรมจริยธรรม เน้นการมีจิตสาธารณะ และการเป็นอาสาสมัครให้มากๆ วัยรุ่นก็จะภาคภูมิใจในตนเองมากกว่า จะเอาเวลาไปหมกมุ่นในเรื่องไร้สาระอย่างเดียวจนเกิด ภาวะ คลั่งไคล้ดารานักร้อง และค่านิยมที่ผิดๆ เช่นการแต่งกายที่ไม่เหมาะสมเป็นต้น โรงเรียนควรพาเด็กทำกิจกรรมเข้าค่ายคุณธรรมแบบบูรณาการ ควบคู่กับวิชาการด้วย เช่น พาเด็กวัยรุ่นไปช่วยตักอาหารให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ไปเยี่ยมบ้านคนชรา บำเพ็ญประโยชน์ตามสถานที่ส่วนรวม ศึกษาดูงานภายในชุมชน แล้วให้เขียนรายงาน มาส่ง อย่างนี้เป็นต้น ไม่ใช่ว่ามีแต่เคี่ยวเข็ญให้เรียนเก่งๆทำการทดสอบระดับชาติให้ได้คะแนนสูงๆอย่างเดียว ในเมื่อจิตใจเด็กวัยรุ่นเต็มไปด้วยมลภาวะ แล้วเด็กจะเก่งได้อย่างไร แต่ถ้าเด็กมี จิตใจดีแล้วสมองก็ดี ตั้งใจเรียนเอง
สื่อ วารสาร หรือ หนังสือพิมพ์ อินเตอร์เนท ควรหลีกเลี่ยงการนำเสนอข่าวที่เป็นลบ และยั่วยุในเรื่องเพศ ควรมีกฎหมายเกี่ยวกับการเผยแพร่สื่อที่หมิ่นเหม่ไปในด้านยั่วยุในเรื่องเพศสำหรับวัยรุ่น ซึ่งมีมากมายในหนังสือ วารสารต่างๆจนวัยรุ่นไม่มีสมาธิเรียนหนังสือ เพราะสื่อมีเสรีมากขึ้นในการนำเสนอ แต่ขาดจิตสาธารณะ เน้นธุรกิจอย่างเดียว จนมีสื่อในด้านลบ ๆเต็มไปหมด ควรมีข่าวหรือหัวข้อที่ส่งการส่งเสริมและให้รางวัลวัยรุ่นที่ทำความดีให้มากกว่านี้เพราะจะได้เป็นแบบอย่างให้วัยรุ่นคนอื่นๆได้ทำตาม
นโยบายของรัฐบาลด้านการศึกษาควรเน้นการ คุณธรรมนำความรู้อย่างเป็นรูปธรรม ควรให้โอกาส และส่งเสริมสื่อเทคโนโลยี ด้านธรรมให้มากๆในรูปของรายการโทรทัศน์เชิงสร้างสรรค์ ส่งเสริมให้ครอบครัว และ พ่อแม่ครอบครัวของเด็กมีงานทำใกล้ๆบ้านและอยู่ใกล้ชิดกันอย่างอบอุ่น ไม่ต้องไปทำงานในกรุงเทพ หรือในเมืองใหญ่ๆ มีนโยบายกระจายรายได้ และงาน มาอย่างทั่วถึงในต่างจังหวัด พ่อแม่จะได้ไม่ต้องอพยพไปทำงานกรุงเทพ แล้วส่งแต่เงินมาให้ลูก
เมื่อลูกได้รับแต่เงิน แต่ไม่ได้รับความอบอุ่นและการอบรมสั่งสอนอย่างใกล้ชิดแล้ววัยรุ่นก็คงใช้เงินไปในทางไม่ถูกต้อง คือ ไปเที่ยวกลางคืน ต้องไปพึ่งพา หรือไปติดเพื่อนที่ไม่ดี ชักชวนกันไปมั่วสุมในเรื่องยาเสพติด เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาสังคมตามมา
สรุปความเจริญด้านเทคโนโลยีนั้นมีประโยชน์มากในตัวของมันเอง แต่ผู้ใช้และมีเสพต้องตระหนักและเลือกใช้ให้อยู่ในกรอบของศีลธรรม โดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากเกินและการแก้ปัญหาวัยรุ่นในยุคเทคโนโลยีนี้ควรเริ่มตั้งแต่ครอบครัว โรงเรียนสถานศึกษา และระดับชาติ คือเริ่มปลูกฝังศีลธรรมจริยธรรม ส่งเสริมให้มีความภาคภูมิใจใน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตั้งแต่เป็นเด็ก ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะเจริญขนาดไหนก็ตาม เราก็จะสามารถใช้เทคโนโลยีภายใต้เครื่องมือควบคุม คือ คุณธรรมได้ทุกยุคทุกสมัย
………………………………………………………












